เฉลิม ขอเจรจา บรรหาร ตั้งรัฐบาลครั้งหน้าสองพรรค คาดรัฐบาลอภิสิทธิ์อยู่ยาวถึงเม.ย.54 เหตุยังมีปัจจัยหนุน พร้อมประสานตำรวจดูเเล เฮียเม้ง หลังถูกข่มขู่
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทำนายว่ารัฐบาลจะยุบสภาภายในสิ้นปีนี้ว่า ตนเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่รอดปลอดภัยถึงเดือนเมษายน ปี 2554 เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างหนุนรัฐบาลชุดนี้อยู่ รวมไปถึงการประชุมสภาสมัยหน้าเป็นการประชุมสมัยนิติบัญญัติซึ่งพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ดังนั้นการเมืองในสภาคงจะไม่เข้มข้น ส่วนนอกสภานั้นรัฐบาลชุดนี้ก็มีตัวช่วยและอะไหล่ทางการเมืองมาก ขณะที่พรรคเพื่อแผ่นดินที่ย้ายออกไปก่อนหน้านี้กำลังจะกลับมาร่วมรัฐบาลใหม่แล้ว
“ถ้าผมไปเจรจากับนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคชาติไทยได้จับ 2 พรรคมาตั้งรัฐบาลได้สบายๆ ตอนนี้ผมพยายามคุยกับนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อยู่ แต่กับนายบรรหาร ผมไม่กล้า ส่วนพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์นั้นกับผมก็ชอบพอกัน ผมเจรจาได้ทั้งนั้น ซึ่งการเจรจานั้นน่าจะมีหลังจากยุบสภาแล้ว แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ชนะพรรคประชาธิปัตย์ผมก็จะไม่เคลื่อนไหว และพรรคเพื่อไทยต้องมอบหมายตนถ้าไม่มอบหมายก็จะไปพูดไม่ได้”ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หากให้วิเคาระห์ผลการเลือกตั้งครั้งหน้านั้นเชื่อว่าไม่มีใครชนะเพื่อไทยหรอก ถ้าในพื้นที่ภาคเหนือได้ 60 ที่นั่ง อีสานอีก 100 กว่าเสียง มีความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยก็จะสามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียว จากนี้ต่อไปเป็นช่วงเคาท์ดาวน์ของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์แล้ว คณะกรรกมารชุดต่างๆตั้งไปนายกรัฐมนตรีก็ไม่ปฎิบัติตามข้อแนะนำของประธานกรรมการชุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอของนายอานันท์ ปันญารชุน หรือนายคณิต ณ นคร แล้วอย่างนี้จะไปตั้งทำไม
เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุว่า จะนัดรวมพลที่ท้องสนามหลวง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า วันหน้าหากบ้านเมืองแย่ แต่เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แล้ว และรัฐบาลทำอะไรผิดพลาด ตนในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร์ของชาวกรุงเทพฯ หากพรรคเพื่อไทยเห็นด้วย ตนก็จะจัดเวทีปราศัยที่ท้องสนามหลวง ให้คนใส่เสื้อหลากสีมานั่งฟังและจะปราศัยเพียงระยะเวลาสั้นๆไม่ชุมนุมยื้ดเยื้อ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนจะเสนอให้พรรคกำหนดเลยว่าใครสามารถให้ข่าวได้ และใครจะให้ข่าวเรื่องอะไร และการพูดแต่ละครั้งนั้นจะต้องเป็นมติพรรคไม่เช่นนั้นก็จะเป็นคนละทิศคนละทางแลไม่มีพลังในการขับเคลื่อน เพราะพรรคเพื่อไทยมีแต่คนเก่งๆ อยู่เยอะ แต่จับมือทีไรก็สะบัดทั้งนั้น
นอกจากนี้ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงกรณีนายธีรชัย ธำรงวงศกร หรือ เฮียเม้ง พยานในคดีจ่ายเงินสินบน เรื่องภาษีให้กับ นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ได้ขอความคุ้มครอง หลังถูกข่มขู่ ซึ่งตนเองได้ประสานขอเจ้าที่ตำรวจ ไปดูแลแล้ว ทั้งนี้ เชื่อว่า นายธีรชัย นั้น เท่าที่ดูจากพยานหลักฐาน น่าจะเป็นข้อเท็จจริง อีกทั้ง ผู้เสียหาย ยังเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีเหตุผลในการทำร้ายครอบครัวของ นายธาริต แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หากมีการฟ้องร้อง นายจตุพร พรมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ก็อยากเตือนให้ระวังว่า อาจจะเป็นการเบิกความเท็จต่อศาล
47.6%
33.3%
19.1%
คุณ sispn: จะรีบเจาจากันเร็วขนาดนี้เลยหรือ 02 ส.ค. 2553 ,14:54 น.
คุณ spicy_gang: นักการเมืองอย่างเหลิมปากหมาจะไปทำอะไรได้นอกจากขุดคุ้ยด่าว่าชาวบ้านไปวันวัน ไม่ เคยเห็นผลงานของนักการเมือปากเสียผู้นี้เลย ลูกตัวเองก็ยังปล่อยให้เป็นนักเลงหัวไม้ เที่ยวละลานชาวบ้านเวลามีปัญหาก็อาศัยเอกสิทธิ์ของผู้เป็นพ่อปกป้องคุ้มครองไปเรื่อยๆทำ ตัวเหนือคนอื่น ละเมิดคนอื่น แสวงหาประโยชน์จากอำนาจหน้าที่ ไม่ทำหน้าที่ที่ควรจะทำ แล้วจะดิ้นรนเป็นรัฐบาลการเมืองไทยก็อยู่ในวงจรอุบาศก์ต่อไปนี่คือตัวอย่างนักการเมืองที่ ต้องปฏิรูปด้วยการไม่เลือกเข้ามา 01 ส.ค. 2553 ,09:54 น.
คุณ farsai: ถ้าหากประเทศไทยมีนายกที่เป็น "ขี้โม้แมน แต่ปอดแหก" ท่าทางประเทศไทยคงจะ ไปไม่รอดนะค่ะ แหมก็เกิดอะไรขึ้นมาที พี่แกก็เล่นเผ่นก่อนเพื่อนเลย 31 ก.ค. 2553 ,20:13 น.
คุณ playtamin: ปัญหาทางการเมือง ที่เป็นปฐักปักหลังของ พท. มิใช่อยู่ที่การสัมพันธ์ กับ กลุ่ม นปช. หรือ พลังอำนาจหนุนหลังของ ปชป. จากกลุ่ม พธม. พรก.ฉุกเฉิน และ ฯลฯ แต่อยู่ที่นโยบาย พื้นฐานของพรรค ที่มิเพียงเพื่อ ..ประชาธิปไตย.. โดยที่ในสังคมไทยยังยึดมั่นอยู่กับ ..ประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.. นั่นเอง การกระทำหรือความเห็น ต่างๆ ที่แพร่หลายอยู่ในกลุ่ม นปช. เฉพาะบุคคล ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายพื้นฐาน คือการต่อต้านระบบบริหารประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่จากสังคมส่วนใหญ่ในไทยถือ ว่าไม่สมควร อันก็ทำให้เป็นจุดอ่อนที่ ถูกนำเอามาเป็นข้อกล่าวอ้างและข้อปลุกปั้นพลังต่อ ต้าน หรือเป็นเหตุผลถึงการใช้มาตราการปราบปรามต่างๆ ในฐานะ กลุ่มทำลายชาติ ฯลฯ ตลอดมา กลุ่มการเมืองต่างๆ อาศัยเพียงการหยิบยกกรณีนี้มาใช้ ก็สามารถหาเสียงเป็นผู้ แทนราษฎรได้ โดยไม่จำเป็นต้องแสดงคุณวุฒิและความสามารถในหน้าที่ ตรงกันข้ามไม่ว่า พท. จะชี้แสดงความจริง หรือข้อพกพร่องทางการเมือง ของกลุ่มตรงข้าม ในเมื่อตัวเอง ได้ตกเป็นผู้ต้องหาในสังคมเช่นนี้ ก็มีโอกาศน้อยมาที่สังคมจะรับฟังอย่างเป็นธรรม แต่ใน ขณะเดียวกันก็จะปิดหูปิดตายอมรับทุกอย่าง กับกลุ่มที่มิได้ตกอยู่ในฐานะเดียวกัน (ผู้ต้องหา สังคม) การกระทำผิดพลาดเป็นสิ่งธรรมดาที่สามารถบังเกิดขึ้นโดยสามารถ ได้รับความ ยินยอมและให้อภัยจากสังคมไทย แต่การตกเป็นผู้ต้องหาสังคมทำให้ขาดสิทธิเหล่านี้ลงไป ในเมื่อการมองพื้นฐานในสังคมยังเป็นภาพ ขาวดำ คือระหว่าง ผิดกับถูก โดยขาดกลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มไม่ผิดและก็ไม่ถูกรวมอยู่ด้วย อุปสรรค์ของ พท. ก็คือการเคลื่อนใหวทางการเมือง ที่มีนโยบายให้ออกมาเป็น ภาพขาว จากภาพดำ ให้ได้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งคราวหน้า ครับ 31 ก.ค. 2553 ,19:37 น.
คุณ klosekung: ออกโรงแย่งซีนกันบ่อยนะครับ ระยะนี้ หุหุ 31 ก.ค. 2553 ,16:55 น.
คุณ klosekung: เปิดศักราชการเมืองหน้าใหม่อีกแล้วเหรอครับเนี่ย ยังไม่ได้เลือกตั้งเลย ไม่รู้ว่าใครจะมี สส. เท่าไหร่ ตกลงมารยาททางการเมืองในการตั้งรัฐบาลเป็นแบบนี้ไปแล้วเหรอครับ ผม ตกข่าวแน่เลย 31 ก.ค. 2553 ,16:53 น.
คุณ eengub: เคยเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯสมัยพลเอกชวลิตร ที่มาของฉายา เหลิมดาวเทียม ก็ เพราะอนุมัติสัมปทานดาวเทียมให้ทักษิณ เป็นบุญคุณที่ต้องทดแทน ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคก็ เพราะแค้นที่จะต้องโดนชำระ 31 ก.ค. 2553 ,16:14 น.
คุณ kgb.leang: ใครเห็นด้วยยกมือขึ้น 31 ก.ค. 2553 ,16:12 น.
คุณ uth380: พรรคเพื่อไทยทำเรื่องนี้นะดีที่สุด อย่าไปสนใจเรื่องอื่นเลยเพราะประเดี๋ยวเขาก็ กั..กันเอง เมื่อผลประโยชน์ไม่ลงตัวเดี๋ยวก็แตก เตรียมตัวเตรียมใจไปเลือกตั้งดีกว่า 31 ก.ค. 2553 ,16:09 น.
คุณ pamie: พูดจากันรู้เรื่องก็พอฟังได้น๊ะ แต่จะถึงขั้นเป็นนายกคงไม่ไหว 31 ก.ค. 2553 ,15:53 น.
1 | 2 | หน้าถัดไป | หน้าสุดท้าย